อ่านก่อนเข้าห้องกรรมฐาน คำสมาทานกรรมฐาน คำแผ่นอุทิศส่วนบุญ ธรรมะจากสมุดพก ประวัติกรรมฐาน จอบซอม อนุโมทนากถา ข้าวเอ๋ยข้าวสุก ห้องส่ง-สอบอารมณ์
DOWNLOAD
คาถากันตาย
:: เดลินิวส์ :: กรุงเทพธุรกิจ :: ข่าวสด :: คม ชัด ลึก :: ฐานเศรษฐกิจ :: ไทยรัฐ :: แนวหน้า :: บ้านเมือง :: ประชาชาติธุรกิจ :: ผู้จัดการ :: มติชน :: สยามธุรกิจ :: สยามรัฐ :: เสรีรายวัน
หลวงพ่อจอบซอม พระครูสิริปริยัติคุณ (มหาบัวศรี ขนฺติสาโร ) น.ธ.เอก ป.ธ. ๔ วัดโกศลมัชฌิมาวาส ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ประวัติความเป็นมาของฉายาจอบซอม จากประวัติการศึกษาวิชากรรมฐานและเข้าห้องกรรมฐาน พระครูสิริปริยัติคุณ ครั้งที่ ๑ ประมาณ พรรษาที่ ๕ กำลังศึกษาอยู่ที่วัดมหาธาตุนครพนมใกล้จะสอบวัด ปธ.๔ มีพระครูสุวรรณมาจากกรุงเทพฯ ท่านได้แสดงธรรมแนะนำวิธีปฏิบัติแบบพองหนอยุบหนอ แก่ญาติโยมประมาณ๖๗คนพระครูสิริปริยัติคุณได้ฟังและได้สนทนาธรรมจึงมีความสนใจ และชอบใจในการปฏิบัติเรื่อยมาเมื่อพ.ศ.๒๕๐๗มีการเปลี่ยนระบบการศึกษาจากบาลีไวยากร เป็นบาลีมัธยมท่านแสดงความเห็นคัดค้านเพราะเกรงจะเกิดปัญหาแต่ไม่สามารถคัดค้านได้ จึงไม่ขอร่วมในการบริหารการศึกษา (เป็นอาจารย์สอนบาลีเมื่อ พ.ศ. 2504- พ.ศ. 2506) ครั้งที่ ๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๗ เมื่อประมาณต้นปี ไปเข้ากรรมฐาน ณ วัดเนินพระเนาว์ ต.โพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย ได้ ๔ เดือน มีพระอาจารย์ชาลีเป็นเจ้าอาวาส(ให้เข้ากรรมฐานแต่ไม่ได้สอน) มีพระมหาปั่นจากจังหวัดขอนแก่นเข้ากรรมฐานด้วยกัน พระธรรมปริยัติมุนี ไปให้อารมณ์กรรมฐาน ๒ ครั้ง กลับมาจำพรรษาวัดมหาธาตุ และปฏิบัติธรรมในโบสถ์ ครั้งที่ ๓ เมื่อ ต้นปี พ.ศ.๒๕๐๘ ญาพ่อกรงจะไปเวียงจันทร์จึงขอไปด้วยไปขึ้นเครื่องบินที่สวรรณเขต ไปเวียงจันทร์เรียนวิปัสสนาภูมิที่วัดพุทธวงศาป่าหลวง นครเวียจันทรกับหลวงพ่อจูมและเป็นผู้สอบอารมณ์ ได้พบกับ พระอาจารย์มหาปาน อานันโท ท่านจะแสดงธรรมทุกวันพระ ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ (พระอาจารย์มหาปาน สอนแบบนามรูป) พ.ศ. ๒๕๐๘-๒๕๑๐ เรียนวิปัสสนาภูมิก่อนเข้า๗วันตั้งใจมาเข้ากรรมฐาน เข้ากรรมฐาน ๑ ปี มีพระที่เข้ากรรมฐานด้วยกัน ๔๕รูป (ไม่รู้จักกัน)บางองค์เข้าได้๓เดือน๔เดือนก็ออกกรรมฐาน ตัวเองได้มากกว่าคนอื่น เรียนอภิธรรมกับอาจารย์ชาลี มหาอภิธรรม สมัยนั้นประเทศลาวเกิดการปฏิวัติ ลูกปืนมาตกข้างกุฎี ๒๓วันเพื่อนชวนกลับ บอกว่า ตั้งใจมาเข้ากรรมฐานไม่ได้มาตายไม่ตายไม่กลับ ครั้งที่ ๔ ขอเข้ากรรมฐานอีก ๓ เดือน ออกมาสอบอภิธรรมจุฬตรี(เจ้าคุณวัดธาตุ กับมหาเชิดไปตามกลับ)เกิดปัญหาด้านการปกครอง การศึกษากลับมาเป็นภาระสอนบาลีต่อมาได้สร้างวัดพระใหญ่ (วัดน้อยโพธิ์คำ) เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐ จนถึงเดือน ๕ ขึ้น ๕ ค่ำ มีพระเข้าอยู่ ครั้งแรก ๓องค์ ๑.ญาพ่อพา บ้านท่าค้อ ๒.ญาพ่อพรหมมา บ้านชะโงม ๓.ญาพ่อแสวง บ้านต้อง พ.ศ.๒๕๑๑ พระครูสิริปริยัติคุณจึงได้เข้าไปอยู่วัดพระใหญ่กับ มีญาพ่อวัน มาอยู่ด้วย พ.ศ.๒๕๑๓ จัดให้มีการเข้าอยู่ปริวาสกรรมปฏิบัติธรรมกรรมฐาน โดยมีพระครูศรีปุญญาภรณ์ วัดจอมศรีบ้านหนาด(เป็นหัวหน้าระเบียบพิธี) เรียกเจ้าคณะตำบล๑๐กว่ารูป พระครูโพธาภิรัต (บุญมาก ภูริปัญโญ) เป็นอาจารย์สอนกรรมฐาน พ.ศ.๒๕๑๖ พระครูสิริปริยัติคุณและพระครูโพธาภิรัตขอเปลี่ยนเป็นปฏิบัติธรรมเพราะลำบากด้วยพระนั่งคณะ(ท่านเจ้าคุณไม่เอาด้วย) ครั้งที่ ๕ เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๖ประมาณเดือน๗ ไปวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร - กรุงเทพมหานคร เพื่อขอเข้ากรรมฐาน กับเจ้าคุณเทพสิทธิมุนี (โชดก ญาณสิทธิ) หรือต่อมาเป็น พระธรรมธีรราชมหามุนี ท่านบอกว่าถ้าจะเข้าให้เข้าได้แค่ ๑๕วัน(ตัวเองบอกว่าผมมันปึกขอเข้านานหน่อย) ท่านเจ้าคุณเทพสิทธิมุนีจึงส่งให้ไปเข้าที่ วัดวิเวกอาศรม ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี ไปถึงวันแรกวันที่สองก็เข้ากรรมฐานเลย มีหลวงพ่ออาสะภะเถระเป็นผู้สอบอารมณ์ ประมาณเวลาระหว่าง ๑๓.๐๐๑๕.๐๐น.ไม่เกิน๑๖.๐๐น. จะมีอาจารย์ ๓ องค์ทำหน้าที่สอบอารมย์ เทคนิคการหมุนการตั้งใจ เมื่อหายใจเข้าพองหนอ ดูว่ามันพองเต็มที่แล้วมันนิ่งอยู่ไหม ก่อนมันจะยุบหมุนไป ดูหัวเข่าซ้ายขวาแล้วกลับเข้ามาดูยุบหนอ แนะนำอารมย์ ให้เดินจังหวะที่ ๑ อยู่ตั้ง ๗วันยังไม่ให้ขึ้นจังหวะที่ ๒ เข้ากรรมฐานได้ประมาณ ๕ เดือน บิณฑบาตรฉันเอง จัดทางบิณฑบาตรสองทางมีศาลากลางใครไม่พอก็เอข้าวที่พระรูปอื่นเหลือไว้ให้ ถ้าใครได้มากก็เอาออก (ในใจคิดว่าถ้าได้อยู่ต่อคงได้เป็นบัณฑิต ตั้งแต่ได้เข้ากรรมฐานมามีที่นี้สดวกสบาย ทั้งที่อยู่ วิชาการ อาจารย์สอบอารมณ์ ทำให้เข้าใจได้ไว)ถ้าส่งอารมย์ให้พูดอารมย์ เสียหลักตอนให้ดับความรู้สึกดับจิต (๕นาทีได้แล้ว)นั่งสมาธิให้ดับภายใน๕ นาทีขยับเป็น ๑๐นาทีขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ตัวเองได้ตามดูจดจอง(จอบซอม)สังเกตการดับเหมือนกันกับคนเกิดนิมิตมันจะเผลอนิดหนึ่งแล้ว จึงเกิดนิมิตหรือดับก็เลยไปได้เจริญการดับต่อเนื่อง เลยได้กรรมฐานจอบซอมมาตั้งแต่บัดนั้น เหตุที่ไม่ได้ปฏิบัติต่อเนื่องอีกอย่าง ท่านเจ้าคุณพระเทพมงคลเมธี เจ้าคณะจังหวัดนครพนมป่วย มีจดหมายตามขอร้องตั้งแต่กลางพรรษาจึงต้องกลับมาแก้ไขอารมณ์ให้ การประยุกต์การสอนกรรมฐาน แบบนามรูป ฮู้แล้วให้ละ มาเป็นแบบไหวนิ่ง โดย ญาพ่อตา บ้านดอนดู่ (ต้นฉบับจากพระอาจารย์มหาปาน อานันโท) แบบนามรูป ฮู้แล้วให้ละ กราบเป็นจังหวะที่ละมือ มาเป็น กราบ ๖ จังหวะ โดย หลวงพ่อบุญมากและหลวงพ่อมหาบัวศรี(พระครูโพธาภิรัตและพระครูสิริปริยัติคุณ) บันทึกบทความโดย พระแดง ปัญญาวโร เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๑ กำเนิดกรรมฐานจอมซอม เดิน พระครูสิริปริยัติคุณ เป็นนักเทศน์นักบบรรยาย เป็นพระธรรมฑูต และเป็นพระวิปัสสนาจารย์ให้การอบรมสั่งสอน พระภิกษุ สามเณร ประชาชน เป็นประจำอยู่แล้ว เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๗ จนถึงปัจจุบันได้รับนิมนต์ให้เป็นพระวิปัสสนาจารย์คู่กับพระครูโพธาภิรัต(บุญมาก ภูริปัญโญ) งานปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ณ วัดบรรพตมโนรมย์ จ.มุกดาหาร ซึ่งมีพระครูอุดมธรรมรักษ์ (หลวงตายอด) เป็นเจ้าอาวาส เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๓ ได้พิจารณาเห็นว่าภาษาที่ใช้ในการแสดงธรรมเป็นภาษาธรรมะทำให้คนฟัง โดยเฉพาะคนแก่ฟังไม่เข้าใจ จึงแปลงภาษาธรรมะมาเป็นภาษาผู้เฒ่าหรือภาษาชาวบ้าน เพื่อให้เข้าใจง่ายๆว่า จอบซอม(มีผู้ให้ความหมายเพิ่มเติมว่า จอบ=สติ ซอม=สัมปชัญญะ) เฮดอันใด๋ใส่ใจอันนั้น เหมือนรับ จอบขโมยมันจะเข้ามาขโมยของ ซอมเบิ่งว่ามันจะเข้ามาทางใหนอย่างไร เริ่มใช้ปีแรกรู้สึกว่าคนสนใจและเข้าใจมากพอสมควร จึงใช้เป็น คำพูดติดปากและแผ่หลายในการปฏิบัติธรรม มีผู้เข้าใจจอบซอมมากขึ้น จนนักปฏิบัติธรรมส่วนมากเมื่อเห็นท่านแล้วมักจะพูดว่า หลวงพ่อจอบซอมมาแล้ว
จอบซอม
พัฒนาข้อมูล เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๑ โดยพระแดง ปัญญาวโร
ตารางปฎิบัติธรรมประจำปี ๒๕๕๐-๒๕๕๑